สำนักสหปฏิบัติฯ

                  บันได 6 ขั้นของความรัก
         ความรักคือสิ่งใด? เป็นความรู้สึกว่าเราชอบ เรามีความสุขอยากอยู่ใกล้ อยากได้ครอบครอง? การที่เรารู้สึกเช่นนี้ต่อสิ่งนั้นๆเพียงพอไหมที่จะเรียกว่ารัก? การที่เราจะหาคำจำกัดความของความรักได้ เราคงต้องหันกลับมาพิจารณาความรักว่า ความรักควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง อย่างไรจึงจะเรียกว่ารัก ความรักเหมือนหรือต่างจากความใคร่อย่างไร ความรู้สึกอย่างไรจึงจะเรียกว่าหลง การที่เราจะบอกว่าเรารักได้นั้น  แท้จริงแล้วต้องมีทั้งภาคพฤติกรรมและภาควิบากกรรม คือต้องมีความรู้สึกตั้งแต่ระดับอารมณ์พื้นฐาน ระดับจิตใจ จนถึงความรู้สึกระดับในภายใน จึงจะถือว่าเป็นความรักที่สมบูรณ์ ถ้ามีแค่ความรู้สึกหรือแค่ลมปากบอกว่ารักอย่างเดียวแต่ไม่เคยทำพฤติกรรมใดที่ยืนยันว่ารัก แล้วคิดไหมว่าผู้ที่เราบอกว่ารัก เขาจะรู้สึกอย่างไร โดยที่เรายินดีกระทำให้กับคนที่เรารักด้วยความเต็มใจด้วยใจจริง บันได 6 ขั้นของความรักมีดังนี้

  1. คิดถึง
  2. ใส่ใจ
  3. ห่วงใย
  4. เอื้ออาทร
  5. เมตตา
  6. รัก
                  เริ่มจากเมื่ออยู่ไกลก็ “คิดถึง”มีความรู้สึกผูกจิตจูงใจถึงอยู่ตลอดสำหรับคนที่ใกล้ชิด เช่นรักพ่อ รักแม่ รักญาติ รักคนรัก ความรักที่แท้ไม่จำเป็นต้องให้ใครมารักตอบก็ได้ แค่เราเห็นเขามีความสุขเราก็ยินดี เช่น พ่อแม่รักลูก รักเพื่อนร่วมงาน รักเพื่อนร่วมโลก หลายคนรู้จักความรักในแง่มุมของรักหนุ่มสาว ตรงนี้เรื่องของเนื้อคู่ ย่อมเป็นความรักที่พิเศษ เริ่มจากเมื่อเราเจอเขา หรืออยู่ใกล้แล้วรู้สึกดี รู้สึกพิเศษกว่าคนอื่นๆที่เคยพบมา เป็นความรู้สึกถูกใจ ชอบใจ พอใจ สุขใจ คล้อยหลังก็ให้คิดถึง อาลัยอาวรณ์อยากพบอีก แต่กระนั้นเมื่อเวลาผ่านไป บางคู่ความรู้สึกกลับพลิกผัน มีเหตุให้ขัดแย้งกัน ทะเลาะกัน บางคู่ถึงเลิกราหย่าร้าง ต่างคนต่างบอกว่าว่าตนถูกทำ เพราะเขาไม่ อย่างนั้น  เขาไม่ อย่างนี้ ถ้าเขาทำอย่างนั้น มันก็คงไม่เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ คนส่วนใหญ่เข้าใจว่ารู้จักความรักแล้ว แต่ยังโดนแฟนบอกว่าเธอไม่สนใจฉัน บ้างถึงกับหันไปคบคนใหม่ วุ่นวายกันไปหมดเพราะแค่คิดถึงยังไม่พอ ที่สำคัญต้องมีความ“ใส่ใจ” เพราะคิดถึงเป็นเพียงความรู้สึกในใจเราเท่านั้น แต่ความใส่ใจ เป็นการแสดงออกภาคพฤติกรรมให้อีกฝ่ายได้เห็น ให้เข้าใจซึ่งกันและกัน มองให้เห็นในรายละเอียดว่าเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เห็นถึงใจความรู้สึกส่วนลึกในใจของเขาได้ เขาพูดอะไรก็ให้ความสนใจให้ความสำคัญกับสิ่งที่เขาคิด เมื่อเกิดปัญหากัน ก็คอยคิดในมุมมองของเขาด้วยทุกครั้ง ไม่คิดและสรุปในมุมมองของเราแต่ผู้เดียวหรือเอาตัวเราเองเป็นหลัก แต่ต้อง ฟังเขาให้มากๆ ตรงนี้สำคัญมากถือได้ว่า ความใส่ใจ คือหัวใจของความอยู่รอดเพราะเป็นการปฏิบัติที่เด่นชัดที่สุดทำให้คนที่เรารักเห็นเป็นรูปธรรมว่าเรารักเขาจริงเขาอยู่กับเราแล้วจะมีคนเห็นอกเห็นใจ ปลอดภัย มีความสุข  มีความ“เอื้ออาทร”ต่อกันคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ให้กำลังใจเมื่อเขาท้อแท้ มีความ”ห่วงใย” ว่าเขาจะมีความเป็นอยู่อย่างไรตอนนี้ เขาทานข้าวแล้วหรือยัง หิวไหม ปลอดภัยไหม ใครจะดูแลเขาเวลาเราไม่อยู่ แสดงออกอย่างอ่อนโยนมี “เมตตา” โดยความรู้สึกในขั้นที่ ๑ และขั้นที่ ๒ ถือว่าจัดอยู่ในระดับเสน่หา สำหรับความรู้สึกเอื้ออาทรและห่วงใย นั้นเป็นความรู้สึกที่มีเมตตาเป็นพื้น จัดอยู่ในระดับเมตตา โดยเมตตา ถือเป็นรักที่สูงที่สุดในรักทุกระดับ เพราะเมตตาไม่ขึ้นอยู่กับโลกีย์วิสัยเป็นรักที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน แต่รักหนุ่มสาวนั้นยังอยู่ในโลกีย์วิสัยยังมีมีกิเลส ตัณหา เสน่หา และความใคร่ เจือปนอยู่
            ส่วนความใคร่นั้นถือตัวเองเป็นหลัก ในขณะที่ความรักที่แท้ให้ความสำคัญกับคนที่เรารักเป็นหลัก บางครั้งสำหรับบุคคลทั่วไปเป็นการยากที่จะให้ของทั้งสองสิ่งนั้นสมดุลกันได้ในทุกกรณี เราจึงต้องมีเสียสละบ้าง บางคนให้เวลาดูแลกับคนรักน้อยมาก ให้แต่เงินสิ่งของ สิ่งอำนวยความสะดวกทดแทนก็คิดว่าจบ เป็นเหตุให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาอย่างมาก ตราบที่เรายังคงอยู่ในโลกีย์วิสัย เรื่องกาม เรื่องรัก เรื่องใคร่คงเลี่ยงได้ยาก แต่เราคงต้องอยู่กับมันให้ได้ เราต้องอยู่โดยไม่เป็นทาสของมัน เราต้องอยู่อย่างรอบคอบไม่ให้กิเลสมาครอบงำจิตใจจนเกินพอดี เรียกว่าปรับจิตสู่กามฉันทะ พิจารณาแต่พอดี ไม่มากจนก่อเกิดเป็นอารมณ์พันทางเป็นอารมณ์หลง ความรักนั้นเกิดได้กับทุกๆคน ความรักนั้นสร้างโลก และตรงข้ามความเกลียดจะทำลายโลก ครอบครัวใดเอาแต่ใจตนเองเป็นใหญ่ก็เท่ากับรักแต่ตัวเอง วินาทีไหนเรามองตัวเองเป็นหลัก เขาพูดอะไรก็ไม่สน ก็เท่ากับว่าวินาทีนั้นเราก็ไม่ได้รักเขา นั่นคือวินาทีนั้นเขาเสียเราไปแล้ว หากทั้งสองฝ่ายเอาตัวเองเป็นหลักอยู่ตลอด นั่นเท่ากับทั้งสองได้สูญเสียซึ่งกันและกันไปแล้ว ถ้าเราไม่เคยให้ความสำคัญในความคิดของคนอื่น แล้วจะเรียกว่าเรารักเขาได้อย่างไร บางครั้งเราอาจถามตัวเองว่าทำไมต้องทนปฏิบัติกับความคิดที่เราไม่เห็นด้วย ก็คงต้องตอบว่าเพราะเรารักเขา เพื่อให้เขาจะได้มีความสุข ถึงเราจะต้องลำบากสักหน่อยถ้าพอทำให้ได้ก็จะปรับตัวเพื่อคนที่เรารัก ลองคิดดูให้ดีแล้วเราจะเห็นว่าตัวเรามีอยู่ทุกวันนี้ก็ด้วยเหตุผลที่จะทำให้ชีวิตคนอื่นที่อยู่กับเราสมบูรณ์นั่นเอง